ย้อนกลับ
Print |

นมที่เหมาะกับเด็กวัย 1-3 ปี

โดย Momypedia



kids_momypedia

นมอุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย พ่อแม่ส่วนใหญ่จึงพร้อมที่จะสนับสนุนให้ลูกได้ดื่มนม หากลูกอยู่ในวัยระหว่าง 1-2 ขวบ ลูกวัยนี้สามารถรับนมวัวชนิดธรรมดาได้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะอ้วน เพราะลูกอยู่ในวัยที่ใช้พลังงานทั้งวัน นมจะไปช่วยให้ร่างกายลูกเจริญเติบโตเร็วขึ้น ครั้น 2 ขวบขึ้นไป หรือ เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล หากพ่อแม่จะเปลี่ยนให้ลูกมาดื่มนมไขมันต่ำ หรือนมพร่องมันเนยก็สามารถทำได้ในช่วงวัยนี้ ส่วนนมผสม เช่น นมช็อกโกแลต จะมีน้ำตาลผสมมากกว่านมสดทั่วไป แต่ในแง่ของคุณค่าของสารอาหารแล้วไม่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าหลีกเลี่ยงนมผสมเหล่านี้ได้ก็จะดี


ถ้าจะให้ลูกดื่มนมใดๆ พ่อแม่ควรพิจารณาเรื่องความเหมาะสมตามวัย ตามน้ำหนักตัว ตามสภาพแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของลูกเป็นสำคัญ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเด็กโตควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว หรือ 2-3 กล่องเท่านั้น


สารอาหารในนม

        • ให้แคลเซียม สร้างกระดูก เด็กๆต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูกให้หนาและแข็งแรง โดยควรได้รับนมวันละไม่ต่ำกว่าเศษสามส่วนแปดออนซ์ ร่างกายจึงจะได้แคลเซียมพอเพียงต่อการสร้างกระดูก
        • ให้วิตามินดี ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้สร้างกระดูกได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้แน่ใจได้ว่ากระดูกของลูกถูกสร้างขึ้นอย่างถูกต้องตามกระบวนการของธรรมชาติในร่างกาย
        • ให้วิตามินบี 2 ช่วยดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และในอาหารที่เด็กๆ กิน สำหรับเด็กวัย 1-3 ขวบ นมหนึ่งแก้วซึ่งให้วิตามินบี 2 ประมาณครึ่งแก้ว จะพอเพียงต่อความต้องการวิตามินบี 2 ของร่างกายในแต่ละวัน ส่วนเด็กวัย 4 ขวบขึ้นไปก็ต้องการวิตามินบี 2 ในแต่ละวันเพียงเศษหนึ่งส่วนสามจากนมหนึ่งแก้ว
        • ให้โปรตีน ปริมาณนมหนึ่งแก้วจะให้โปรตีนประมาณครึ่งแก้ว ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการโปรตีนของเด็กวัย 1-3 ปีในแต่ละวัน ส่วนเด็กวัย 3 ขวบขึ้นถึง 10 ขวบ ร่างกายก็ต้องการโปรตีนจากนมเพียงวันละเศษหนึ่งส่วนสามแก้วจากการดื่มนมหนึ่งแก้ว เด็กที่ไม่กินเนื้อก็สามารถได้โปรตีนอย่างเพียงพอในแต่ละวันจากการดื่มนมในปริมาณดังกล่าว รวมทั้งเด็กที่อยู่ระหว่างการลดน้ำหนักด้วย


ผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กวัย 1-3 ปี

นมผง
นมแม่กับนมวัวมีความแตกต่างกัน นมวัวจะมีโปรตีนสูงเกือบ 3 เท่าของนมแม่ซึ่งถือว่ามากเกินไปสำหรับความต้องการของเด็กทารก สำหรับนมผสมที่ใช้เลี้ยงทารก (INFANT FORMULA) ในปัจจุบันพยายามดัดแปลงให้คล้ายนมแม่มากที่สุด เช่นปรับเปลี่ยนปริมาณและคุณสมบัติของโปรตีนให้ใกล้เคียงกับนมแม่ และดัดแปลงไขมันโดยเอาไขมันในนมวัวบางส่วนออกไป แล้วผสมน้ำมันพืชบางชนิดเข้าไปแทนเพื่อให้สัดส่วนของไขมันคล้ายกันกับนมแม่ที่สุด


นมผงบางยี่ห้อเติมสารทอรีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเข้าไป เพราะเห็นประโยชน์ที่ว่าสารนี้มีส่วนช่วยพัฒนาจอตา (RETINA) และสมองให้กับเด็ก แต่จริงๆแล้วในนมแม่เองมีทอรีนอยู่แล้ว นอกจากนี้นมผงบางยี่ห้อได้เติมเบต้าแคโรทีนเข้าไป เพราะเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ป้องกันโรคหัวใจ และมะเร็ง ฯลฯ แต่ในนมแม่เองก็มีเบต้าแคโรทีนอยู่แล้ว นมผงบางยี่ห้อเขาเริ่มเติมสารนิวคลีโอไทด์ ซึ่งอาจมีส่วนเสริมสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย หรือดีเอชเอ ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาการของสมองและความฉลาดเข้าไปอีกด้วย


ส่วนนมผงดัดแปลงสำหรับทารกนั้นเมื่อลูกอายุ 1 ปีขึ้นไป คงต้องให้รับประทานนมสูตร 2 ที่เขียนข้างกระป๋องว่าใช้สำหรับทารกและเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี
ซึ่งคุณแม่สามารถให้กินร่วมไปกับนมกล่อง UHT ได้



นมเปรี้ยว

นมเปรี้ยวในบ้านเรามี 2 ชนิด คือนมเปรี้ยวแท้ๆ กับนมเปรี้ยวเทียม นมเปรี้ยวแท้ๆ คือเอานมวัวมาใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่คนคิดว่าเป็นประโยชน์ก็คือ แล็คโตบาซิลลัส ตัวจุลินทรีย์นี้จะไปย่อยน้ำตาลแล็คโตสที่มีอยู่ในนมให้เป็นกรดแล็คติค นมจึงมีรสเปรี้ยว เพราะฉะนั้นสารอาหารในนมเปรี้ยวจะมีเท่ากับนมปกติที่เอามาทำในตอนแรกเพียงแต่เพิ่มตัวแล็คโตบาซิลลัสเข้าไปเท่านั้นเอง ด้วยกรรมวิธีการทำแบบนี้นมเปรี้ยวจึงเหมาะกับเด็กที่ดื่มนมปกติที่มีน้ำตาลแล็คโตสไม่ได้ และเด็กที่ท้องเสียเรื้อรัง รวมถึงคนที่กินยาปฎิชีวนะบ่อยๆ นมเปรี้ยวแท้ก็จะทำมาจากนมวัวสด จะเหมาะกับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป


ส่วนนมเปรี้ยวเทียมซึ่งไม่ได้ใส่แล็คโตบาซิลลัสเข้าไป แต่ใส่หัวเชื้อที่มีรสเปรี้ยวเข้าไปแทน เช่น กรดรสส้ม กรดรสมะนาว นมเปรี้ยวเทียมชนิดนี้จึงไม่เหมาะกับเด็กที่มีอาการท้องเสียเพราะย่อยน้ำตาล็แล็คโตสไม่ได้ ถ้าเราลองไปศึกษาดูที่ข้างกล่องจริงๆ เราจะเห็นว่านมเปรี้ยวไม่แท้นั้นมีเนื้อนมแค่ 20-70% เท่านั้นเอง ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเรากินเพียงน้ำหรือรสเปรี้ยวๆเข้าไปเท่านั้น



kids_momypedia
นมกล่อง

        • นมพลาสเจอไรซ์ - เป็นนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคที่เป็นอันตรายโดยเหลือเชื้อโรคที่ไม่เป็นอันตรายกับเราอยู่
        • นมสเตอร์รี่ไรส์ - จะเป็นนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคทุกชนิดด้วยอุณหภูมิ 100 องศา
        • นม UHT - จะเป็นนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า 100 องศาด้วยระยะเวลาสั้นๆ เชื้อโรคจะถูกฆ่าตายหมดและสารอาหารในนม UHT เช่นวิตามินจะถูกทำลายโดยความร้อนเพียงเล็กน้อย

เนยแข็ง (CHEESE)
เนยแข็งนั้นทำจากนมวัวสด ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือนำโปรตีนจากนมวัวสดๆ มาทำเป็นเนยแข็ง เพราะฉะนั้นกินมากๆอาจทำให้ได้โปรตีนมากเกินไปได้ จริงๆ แล้วการทานเนยแข็งในบ้านเราสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ


เนย (BUTTER)

เนยที่ใช้ทากับขนมปังนั้นเป็นไขมันที่สะกัดมาจากนมวัว จึงมีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง ถ้ากินมากก็จะทำให้เป็นโรคอ้วน หรือไขมันในเลือดสูงได้



นมข้นจืด

เป็นน้ำนมดิบที่ระเหยน้ำออกบางส่วน แล้วผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ ด้วยความร้อนสูงไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส



นมข้นไม่หวานแปลงไขมัน

เป็นนมข้นไม่หวานที่ใช้น้ำมันพืชแทนมันเนยบางส่วน และนมข้นไม่หวานขาดมันเนย คือนมข้นไม่หวานที่แยกเอามันเนยออกไป



นมข้นหวาน

เป็นน้ำนมข้นที่เติมน้ำตาลประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งแป้ง ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์



โยเกิร์ต

คุณค่าโดยทั่วไปของโยเกิร์ตจะแตกต่างจากนมปกติไม่มากนัก แต่หากเป็นโยเกิร์ตชนิดดื่มนั้น จะมีคุณค่าของนมตามปริมาณที่ใช้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีนมประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น ก็จะได้คุณค่าจากนมเพียงครึ่งเดียว ที่เหลือเป็นน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมที่เติมเข้าไป ซึ่งแม้บางครั้งปริมาณพลังงานอาจได้ใกล้เคียง (ได้จากน้ำตาล) แต่ทำให้ได้รับปริมาณโปรตีนและแคลเซียมในปริมาณน้อยกว่าเมื่อเทียบกับนมปกติหรือโยเกิร์ตธรรมดา




เด็กแพ้นมวัว

สถิติของเด็กที่แพ้นมวัวในประเทศไทย มีอัตราที่สูงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นมที่เคยรักษาได้ เช่น นมถั่วเมื่อ 20 ปีก่อนที่เคยรักษาได้ประมาณ 70% ของจำนวนเด็ก แต่ปัจจุบันรักษาได้ไม่ถึง 30% ส่วนนมที่ย่อยโปรตีนละเอียดที่เคยรักษาได้ 80-90% แต่ปัจจุบันรักษาได้เพียง 80% เพราะอาการแพ้มีความรุนแรงขึ้น


โดยอาการแพ้นมวัวของเด็กๆ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าแพ้ คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่รู้ ส่วนมากมักเป็นโปรตีนบางส่วน ทำให้เกิดอาการได้ทั้งระบบทางเดินอาหาร หรือคล้ายกับลักษณะอาการป่วยทั่วๆ ไป เช่น เป็นหวัดเรื้อรัง อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเหลว มีผื่นหรือลมพิษขึ้นตามร่างกาย ผื่นคันที่หน้า สองข้ามแก้ม ตามข้อพับ บางรายเป็นเอคซีมา ECZEMA และเป็นๆ หายๆ ซึ่งบางทีคุณพ่อคุณแม่เด็กก็ไม่ได้เอะใจหรือสงสัย บางทีพาไปหาหมอก็จะถูกรักษาตามอาการ เพราะฉะนั้นจึงมีเด็กไม่ถึง 20% ที่ถูกวินิจฉัยแล้วรู้ว่าแพ้นมวัว


เมื่อเป็นมากแพทย์ก็เปลี่ยนชนิดนม เช่น ให้นมถั่วเหลือง หรือนมวัวชนิดพิเศษสำหรับเด็กภูมิแพ้ จะมีการปรับดัดแปลงสารอาหารให้ย่อยง่ายขึ้น จนอาการภูมิแพ้ทุเลา ส่วนมากก็อายุ 1 ถึง 1 ปีครึ่งพออาการดี ร่างกายแข็งแรงก็สามารถกลับมาดื่มนมวัวได้ และหากคุณพ่อคุณแม่เลือกนมถั่วเหลืองมีก็ควรนำนมไปปรึกษากุมารแพทย์ที่ดูแลลูกประจำอยู่ เพื่อพิจารณาคุณค่าอาหาร ซึ่งเด็กที่อายุเกิน 1 ปี แล้วต้องกินข้าว 3 มื้อและอาหารอื่นด้วย จะต้องประเมินว่าเติบโตดีไหม มีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงนำมาเทียบ กับมาตรฐานของเด็กปกติ ซึ่งสามารถขอข้อมูลและปรึกษาได้จากกุมารแพทย์


จาก : Momypedia : นิตยสารรักลูก : นิตยสาร ModernMom : นิตยสาร Kids & School : คู่มือพัฒนาสมองลูกด้วยสองมือแม่ : หนังสือคู่มือเลี้ยงลูก โดย ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา หนังสือสำนักพิมพ์รักลูกบุ๊ค

*** เนื้อหาบทความได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาการ บุคคลทั่วไปไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเนื้อหาเองได้ การนำเนื้อหาไปปฏิบัติจริงเป็นดุลยพินิจและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล


Tag : นมเด็ก นมผง ดื่มนม นมสำหรับเด็ก นมเด็กวัย 1-3 ปี แพ้นมวัว ผลิตภัณฑ์นม นมวัว นมของเด็ก
บทความแนะนำ

ปัญหาพฤติกรรมและการแก้ไขพฤติกรรมเด็กวัย 1-3 ปี

เด็กวัย 1-3 ปี จะเริ่มมีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา เช่น ก้าวร้าว พูดคำหยาบ เป็นต้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่จะต้องหาทางแก้ไข ป้องกัน และส

เมนูอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กวัย 1-3 ปี

เมนูอาหารสำหรับเด็กวัย 1-3 ปี เป็นเมนูที่รวมสารอาหารตามที่ร่างกายเด็กวัยนี้ต้องการ เพื่อให้เด็กมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีส่วนสูงและน้ำหนักตามมาตรฐา

โรคที่พบบ่อยในเด็กวัย 1-3 ปี

โรคที่พบบ่อยในเด็กวัย 1-3 ปี เป็นที่พ่อแม่ต้องระวังเพราะบางโรคแม้จะดูแล้กน้อยแต่ก็อาจมีผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคอ้วน หรือโรคที่หากไม่รักษาตั้งแต่เ

ความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็น
* Username :
* Password :
  
ข้อตกลงการใช้งาน
• งดใช้คำไม่สุภาพ ให้ร้าย สร้างความเสียหาย ขัดต่อกฏหมาย ศีลธรรมและกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• ทุกความคิดเห็นเกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
• ทีมงานจะไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น
• ทีมงานมีสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• หากพบเห็นข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้ง webmaster@momypedia.com เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกไปทันที