ย้อนกลับ
Print |

รู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์

โดย รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์

ในละคร เราจะเดาอาการวิ่งไปอาเจียนของนางเอกว่ากำลังแพ้ท้องอยู่แน่ๆ แต่ในความเป็นจริงมีอีกหลายอาการที่บ่งบอกว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ซึ่งบางอาการอาจสังเกตได้ด้วยตัวเอง แต่บางอย่างก็ต้องอาศัยผลการตรวจของแพทย์เป็นตัวบอก ลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง

อาการพึงสงสัยว่าจะตั้งครรภ์

เมื่อมีการตั้งครรภ์ระบบการทำงานของร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย และในเกือบทุกระบบ ยังผลให้มีอาการและอาการให้สังเกตได้เองหลายอย่าง


ประจำเดือนขาด

ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาปกติและสม่ำเสมอ แต่อยู่ๆ ไม่ยอมมา ต้องสงสัยว่าตั้งครรภ์ไว้ก่อนเสมอ แต่การขาดประจำเดือนไม่ได้หมายความว่าต้องตั้งครรภ์เสมอไป อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อดนอน เครียด รับประทานยาที่มีฮอร์โมน หรือเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคของต่อมไร้ท่อ โรคเนื้องอกรังไข่ที่มีการสร้างฮอร์โมน เป็นต้น ถ้าไม่แน่ใจ ก็ควรพบคุณหมอเพื่อตรวจเสีย ถ้าจะให้ดีควรรอให้ประจำเดือนเลยกำหนดที่ควรจะมาสัก10-14 วัน ก่อน

คัดเต้านม

ผู้หญิงที่เริ่มตั้งครรภ์จะมีอาการเจ็บและคัดตึงเต้านมมากกว่าช่วงใกล้จะมีประจำเดือน เพราะเต้านมจะมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเตรียมสร้างน้ำนมมาเลี้ยงลูก นอกจากนี้บริเวณลานหัวนมก็จะขยายออก ส่วนหัวนมจะมีการเปลี่ยนสีจากสีชมพูกลายเป็นสีคล้ำลงโดยเฉพาะในรายที่เพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเริ่มเห็นชัดหลังมีการตั้งครรภ์ไปประมาณ 2 เดือนนับจากประจำเดือนครั้งสุดท้าย

ปัสสาวะบ่อย

ไตของคุณแม่จะทำงานมากกว่าปกติ ทำให้มีการสร้างน้ำปัสสาวะเพื่อขับออกมาเพิ่มขึ้นด้วย ในช่วงเวลาเดียวกันมดลูกซึ่งวางอยู่ด้านหลังและชิดกับกระเพาะปัสสาวะก็จะมีการขยายขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไปกดเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะจุน้ำปัสสาวะได้น้อยลงและปวดปัสสาวะบ่อย

แพ้ท้อง

ถ้าประจำเดือนไม่ยอมมา ร่วมกับมีอาการ เช่น ผะอืดผะอม คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน หน้ามืด หรือคล้ายจะเป็นลม จะเพียงหนึ่งอาการหรือทั้งหมด ทางการแพทย์เรียกว่า “แพ้ท้อง” ครับ ให้สงสัยไว้เลยว่าน่าจะตั้งครรภ์แล้ว แต่อย่าเพิ่งปักใจว่าใช่เลยทีเดียว บางคนอาเจียนมากๆ อาจจะตรวจพบว่าเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารก็มี อาการแพ้ท้องของแต่ละคนอาจจะแตกต่าง และมีความรุนแรงไม่เท่ากัน บางคนแพ้มาก บางคนแพ้น้อย บางคนก็ไม่แพ้เลย

ตรวจเองได้ไหมว่าตั้งครรภ์หรือไม่

เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น เซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นทารกและรก จะมีการผลิตฮอร์โมนขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อว่า Human Chorionic Gonadotrophin หรือ HCG ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะถูกปล่อยออกมาในกระแสเลือดของแม่ และบางส่วนจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ เราจึงสามารถนำปัสสาวะไปทดสอบดูได้ ฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ จะทำปฏิกริยากับสารเคมีที่เคลือบบนกระดาษที่ใช้ทดสอบ เกิดเป็นแถบสีให้เราเห็น ซึ่งสรุปว่าน่าจะตั้งครรภ์ แต่ถ้าไม่มีฮอร์โมนตัวนี้ก็จะไม่มีแถบสีให้มองเห็น ซึ่งสรุปว่าไม่น่าจะตั้งครรภ์

ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (Pregnancy Test) จากการตรวจด้วยปัสสาวะ มีในร้านขายยาทั่วไป คุณภาพของชุดทดสอบแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันตามคุณภาพของสารทำปฏิกริยากับฮอร์โมน HCG ที่ใส่ในแผ่นทดสอบ คุณภาพยิ่งดีราคายิ่งแพง

มีข้อที่ควรต้องระลึกอยู่เสมอ เวลาจะใช้ชุดทดสอบนี้ในการตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่

1. ควรจะทดสอบเมื่อประจำเดือนเลยกำหนดไปแล้วประมาณ 10-12 วัน เพราะถ้ารีบตรวจเร็วกว่านี้ปริมาณฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ที่สร้างขึ้นอาจจะยังไม่เข้มข้นมากพอ ทำให้อาจได้ผลการทดสอบเป็นลบทั้งๆ ที่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้ว

2. ควรจะทดสอบโดยใช้ปัสสาวะที่เก็บในตอนเช้า เพราะมักจะมีความเข้มข้นดีกว่าปัสสาวะที่เก็บเวลาอื่น ซึ่งมักจะเจือจางลงจากการรับประทานอาหารและน้ำเข้าไปแล้ว

คุณหมอตรวจได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์

แต่ไม่ว่าคุณจะมีอาการอะไรก็ตามที่ดูแล้วว่าน่าจะตั้งครรภ์ หรือตรวจปัสสาวะแล้วให้ผลเป็นบวก ก็อย่าเพิ่งมั่นใจครับ เพราะอาจจะมีโรคหรือภาวะอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการคล้ายๆ กับการตั้งครรภ์ได้อีกหลายอย่าง เช่น เป็นเนื้องอกรังไข่ที่มีการสร้างฮอร์โมนคล้ายการตั้งครรภ์ มีการตั้งครรภ์ผิดปกติที่ไม่มีตัวเด็กมีแต่เนื้อรก เป็นต้น ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำให้ไปหาคุณหมอ เพื่อตรวจยืนยันว่าตั้งครรภ์จริงเสียก่อน และที่สำคัญควรจะได้รับการตรวจด้วยว่าตั้งครรภ์ปกติหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งครรภ์แฝด หรือท้องนอกมดลูก การตรวจว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่ สามารถที่จะทำได้หลายวิธี

1. การตรวจภายใน ถ้ามีการตั้งครรภ์ คุณหมอจะตรวจพบว่า ช่องคลอดจะมีสีคล้ำขึ้นจากการที่มีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น ตกขาวมากขึ้น ปากมดลูกที่เคยแข็งคล้ายยางลบก็จะนุ่ม เวลาคลำมดลูกจะรู้สึกว่าโตและนุ่มขึ้นด้วย วิธีการตรวจเช่นนี้ช่วยทำให้เชื่อมากยิ่งขึ้นว่าน่าจะตั้งครรภ์ แต่ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ

2. เจาะเลือดตรวจหาปริมาณฮอร์โมน HCG ทำโดยการตรวจเลือด การตรวจหาระดับฮอร์โมนด้วยวิธีนี้จะให้ผลการตรวจเร็วกว่าตรวจปัสสาวะ เพราะภายหลังการปฏิสนธิเพียง 2 สัปดาห์ ก็สามารถตรวจได้แล้วว่าตั้งครรภ์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไม่นิยมใช้กันทั่วไป เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และทำได้เฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น ที่ต้องใช้เครื่องมือในการแปลผลที่ราคาค่อนข้างแพง ส่วนมากแล้วคุณหมอจะใช้การตรวจวิธีนี้ในคุณแม่ที่กำลังได้รับการรักษาภาวะมีลูกยากหรือคุณแม่ที่แท้งบ่อยๆ ซ้ำซาก เพื่อประเมินว่าจะต้องให้ฮอร์โมนเสริมป้องกันการแท้งหรือไม่

3. วินิจฉัยด้วยอัลตราซาวนด์ สามารถมองเห็นถุงของการตั้งครรภ์ (Gestational Sac) ที่เกิดขึ้นในมดลูกตั้งแต่ตั้งครรภ์แค่ประมาณเดือนเดียวเท่านั้น และยิ่งตรวจเมื่ออายุครรภ์มากก็จะยิ่งมองเห็นรายละเอียดของการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น เช่น เห็นการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 5 สัปดาห์ซึ่งในขณะนั้นตัวทารกจะมีความยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตรเท่านั้น

การตรวจด้วยอัลตราซาวนด์นอกจากจะบอกว่ามีการตั้งครรภ์จริงหรือไม่แล้ว ยังบอกได้ด้วยว่า ตั้งครรภ์ในมดลูกหรือเปล่า และถ้าอยู่ในมดลูกมีทารกคนเดียวหรือเป็นครรภ์แฝด ปัจจุบันการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก และค่าตรวจก็ไม่ได้แพงจนเกินไป จึงมีความนิยมที่จะตรวจดูว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่ด้วยวิธีนี้กันอย่างแพร่หลาย


จาก : นิตยสาร Modern Mom
เรียบเรียง : Momypedia

Tag : ตั้งครรภ์ อาการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์
บทความแนะนำ

15 วิธีปราบอาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเองได้ก็หายเองได้โดยไม่ต้องกินยาให้วุ่นวาย แต่แม่ตั้งครรภ์อาจใช้วิธีง่ายๆ ต่อไปนี้ช่วยกำราบอาการแพ้ท

ของหวานของแม่ตั้งครรภ์

แม่ท้องต้องระมัดระวังปริมาณน้ำตาลที่กิน ถึงแม้จะไม่มีภาวะเสี่ยงเบาหวานก็ตาม เพราะมีปัญหาแน่ ถ้าน้ำหนักขึ้นมากเกินไป

ฮอร์โมนแม่ไม่สมดุล ระวังลูกคลอดก่อนกำหนด

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มาจากฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดการแปรปรวน อยู่ในภาวะไม่สมดุล ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกน้อยคลอ

ความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็น
*Username :
*Password :
  
ข้อตกลงการใช้งาน
• งดใช้คำไม่สุภาพ ให้ร้าย สร้างความเสียหาย ขัดต่อกฏหมาย ศีลธรรมและกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• ทุกความคิดเห็นเกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
• ทีมงานจะไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น
• ทีมงานมีสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• หากพบเห็นข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้ง webmaster@momypedia.com เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกไปทันที