ย้อนกลับ
Print |

เมนูอาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์

โดย Momypedia


เมนุอาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์

ในการดูแลครรภ์ อาหารมีส่วนเสริมสร้างความแข็งแรงสมบูรณ์ให้กับคุณแม่และทารกที่อยู่ในครรภ์ ตลอดช่วง 9 เดือน คุณแม่จึงควรให้ความสำคัญกับอาหารการกิน เพื่อบำรุงครรภ์อย่างเหมาะสม


ในแต่ละไตรมาส การเลือกกินอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกในครรภ์ จะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างอวัยวะต่างๆ ที่กำลังเจริญเติบโต รวมทั้งช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองด้วย


อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก 0-3 เดือน
คุณแม่จะเริ่มแพ้ท้อง กินข้าวไม่ค่อยได้ คุณแม่บางคนอาจจะรู้สึกเหนื่อย วิงเวียน ได้กลิ่นอะไรก็เหม็นไปหมด เพราะฉะนั้น อาหารที่กินควรเป็นอาหารที่ปรุงง่าย มีรสเปรี้ยวนิดๆ และไม่มีเครื่องเทศอย่างกระเทียม

ช่วงนี้ททารกยังตัวเล็กนิดเดียว คุณแม่ต้องการพลังงานจากอาหารเท่าเดิม คือราวๆ 1,940 แคลอรีต่อวัน แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะทารกกำลังก่อร่างสร้างรูปร่างและระบบต่างๆ โดยเฉพาะระบบประสาท จึงต้องการสารอาหารที่จำเป็น คือ


กรดโฟลิกหรือโฟเลท

        • โฟเลทเป็นสารอาหารจำเป็นที่ช่วยพัฒนาระบบประสาท มีบทบาทสำคัญในการแบ่งเซลล์สร้างสมอง และกระดูกไขสันหลัง เรียกว่าป้องกันความผิดปกติของของสมองและไขสันหลังด้วย (Neural Tube Defect) มีการศึกษาพบว่า คุณแม่ที่ขาดกรดโฟลิกจะมีโอกาสที่คลอดลูกแล้วมีความพิการทางสมองมากกว่าปกติ แต่หากคุณแม่ที่เคยคลอดลูก แล้วลูกมีความพิการทางสมอง เช่น ไม่มีกะโหลกศีรษะ เมื่อตั้งครรภ์ครั้งต่อไปหากให้กินกรดโฟลิกตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนครบ 3 เดือน จะสามารถป้องกันความพิการทางสมองของทารกในครรภ์ได้
        • อาหารที่อุดมด้วยกรดโฟลิก ได้แก่ ผักใบเขียว บร็อกโคลี ผักโขม ผลไม้ อาหารประเภทถั่ว ธัญพืช ตับหมู ขนมปังโฮลวีต แต่ควรกินสดๆ หรือไม่ปรุงนานเกินไป เพราะกรดโฟลิกจะสลายตัวเมื่อถูกความร้อนสูง


กรดไขมัน DHA โอเมก้า 3

        • เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองกำลังมีพัฒนาการ กำลังแบ่งเซลล์สารอาหารที่จำเป็นในการสร้างเซลล์สมองคือกรดไขมัน DHA โอเมก้า 3 ช่วยพัฒนาสมองทารกในครรภ์
        • อาหารที่อุดมด้วยกรดไขมัน DHA โอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาโอลาย แต่ถ้าหากคุณแม่มีอาการแพ้ท้อง เหม็นกลิ่นอาหารง่าย แนะนำให้รับประทานถั่วเหลือง เมล็ดอัลมอนด์ หรือเมล็ดฟักทองแทนได้


วิตามินซี

        • มีส่วนสำคัญในการช่วยระบบต่างๆ ในร่างกายแม่และทารก ให้ทำงานและเจริญเติบโตได้ดี และไม่สะสมในร่างกาย จึงต้องกินอย่างสม่ำเสมอ และช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรกินมากขึ้น เพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยให้รกแข็งแรง ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น
        • อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว ฝรั่ง ส่วนผักใบเขียวก็มี เช่น ผักโขม คะน้า หรือบร็อกโคลี เป็นต้น


วิตามินดี

        • หน้าที่สำคัญของวิตามินดีคือ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่กินเข้าไปได้ดี ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อเมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด ตลอดช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องการแคลเซียมมากกว่าปกติ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของทารก และต้องใช้เสริมความแข็งแรงของร่างกายแม่เอง ในช่วงนี้คุณหมออาจให้แคลเซียมเสริมจากคุณแม่
        • อาหารที่อุดมวิตามินดี ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ไม่ควรเป็นชนิดพร่องมันเนย และปลาตัวเล็กตัวน้อย เป็นต้น


วิตามินบี 12

        • มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของระบบประสาทของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก คุณแม่ต้องได้รับวิตามินบี 12 เสริม
        • อาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 12 ได้แก่ เนื้อ ปลา เป็ด ไก่ ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช และข้าวซ้อมมือ เป็นต้น


ไขมัน

        • สมองของคนเราประกอบด้วยไขมันถึง 20% เพราะฉะนั้น ในช่วงที่สมองของทารกเริ่มก่อร่างจึงต้องการไขมัน และไขมันจำเป็นต่อการดูแลระบบต่างๆ ในร่างกายแม่ด้วย สัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณแม่ขาดไขมัน จะเห็นได้ชัดจากผิวแห้ง ผมแห้ง เล็บเปราะ และน้ำหนักน้อย
        • อาหารที่อุดมด้วยไขมัน ได้แก่ น้ำมันพืช เมล็ดทานตะวัน และงา เป็นต้น


อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสสอง 3-6 เดือน
ทารกในครรภ์เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ โดยพัฒนาร่างกายส่วนต่างๆ ให้สมบูรณ์ จะเห็นได้จากหน้าท้องของคุณแม่ที่แบนราบในช่วง 3 เดือนแรกจะขยายออกอย่างรวดเร็ว


ช่วงนี้คุณแม่จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารที่เพิ่มขึ้นอีกวันละ 300 กิโลแคลอรี เพื่อให้เพียงพอกับการพัฒนาเซลล์ที่ขยายขนาดขึ้น แน่นอนว่าตอนนี้คุณแม่ต้องการสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง สารอาหารที่ควรเพิ่มเป็นพิเศษ ดังนี้


โปรตีน

        • ช่วงนี้คุณแม่ต้องกินอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้นทั้ง 3 มื้อ เพื่อสร้างเนื้อหนังให้ทารก แต่ควรเลือกกินอาหารโปรตีนที่มีไขมันน้อย
        • อาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิดที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อปลา ถั่วต่างๆ นมและผลิตภัณฑ์จากนม


เหล็ก

        • เมื่อทารกในครรภ์กำลังขยายขนาดของเซลล์ ร่างกายจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการอาหารในปริมาณมาก ขณะที่ร่างกายคุณแม่ก็ต้องการเลือดมากขึ้น เพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารส่งต่อไปยังทารกในครรภ์ จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารที่ช่วยบำรุงเลือด ช่วยสร้างให้มีจำนวนเม็ดเลือดแดงเพียงพอ เพื่อป้องกันอาการโลหิตจาง ภาวะซีดที่อาจจะเกิดกับคุณแม่ ถ้าขาดธาตุเหล็กระหว่างตั้งครรภ์ก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลีย มึนงง มีผลกระทบต่อพัฒนาการสมองทารกในครรภ์ ช่วงนี้คุณแม่ควรได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอควบคู่ไปกับวิตามินซี เพราะวิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี
        • อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อแดง ตับ ไข่แดง เนื้อปลา ถั่ว เมล็ดทานตะวัน ใบขี้เหล็ก ใบชะพลู ชะอม ใบขึ้นฉ่าย งา ใบกะเพรา ขนมปัง เส้นหมี่ หรือน้ำตาลมะพร้าว เป็นต้น


ไอโอดีน

        • ช่วงตั้งครรภ์ต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น ร่างกายจึงต้องการอาหารมากขึ้น เพื่อป้องกันโรคคอหอยพอก เพราะสำหรับเด็กแล้วหากได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ อาจจะทำให้สติปัญญาบกพร่องได้
        • อาหารที่อุดมด้วยไอโอดีน ได้แก่ อาหารทะเล เกลือที่มีส่วนผสมของไอโอดีน


เส้นใยอาหาร

        • ในช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกายของคุณแม่เพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องหย่อนลง และเกิดอาการท้องผูกได้ การกินอาหารที่มีเส้นใยมากๆ และดื่มน้ำมากๆ วันละ 7-8 แก้ว จะช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้ดีขึ้น
        • อาหารที่อุดมด้วยเส้นใยอาหาร ได้แก่ ผักผลไม้ทุกชนิด ข้าวซ้อมมือ และขนมปังโฮลวีต เป็นต้น


อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสสาม 6-9 เดือน
ช่วงนี้น้ำหนักของทารกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทารกเติบโตและพัฒนาระบบต่างๆ ให้ทำงานสมบูรณ์มากขึ้น ในช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องการพลังงานจากสารอาหารมากขึ้นจากเดิมอีก 200 แคลอรีต่อวัน

แต่เนื่องจากขนาดของทารกที่เติบโตจนภายในช่องท้องของคุณแม่คับแคบ คุณแม่จึงไม่สามารถกินเพิ่มได้มากเท่าที่ต้องการอาจจะกินได้น้อยลงด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นคุณแม่จึงควรเพิ่มมื้ออาหารมากขึ้น จาก 3 มื้อ เป็น 4-5 มื้อ แล้วแต่สะดวก แต่ไม่ควรเพิ่มอาหารจุบจิบที่ไม่มีประโยชน์
ช่วงนี้สารอาหารสำคัญที่คุณแม่ควรใส่ใจมีดังนี้


แคลเซียมและฟอสฟอรัส

        • เป็นสารที่ช่วยพัฒนาการของกระดูกและฟันให้กับทารก และยังมีส่วนช่วยลดการเกิดตะคริวให้คุณแม่ ซึ่งปกติคุณแม่ควรเริ่มสะสมแคลเซียมตั้งแต่ไตรมาสแรก แต่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด กระดูกและฟันจะถูกสร้างมากที่สุด คุณแม่จึงควรกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงมากขึ้นกว่าเดิม
        • อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ได้แก่ ปลาเล็กปลาน้อย นม งา ถั่วเหลือง (มีวิตามินดี เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแ
        • คลเซียมได้ดี) แต่หากมีน้ำหนักเกินควรดื่มนมไร้ไขมัน

วิตามินเอ

        • ที่จริงร่างกายคุณแม่ต้องการวิตามินเอตลอดระยะการตั้งครรภ์แต่ช่วงท้ายต้องการมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ทารกเติบโตสมบูรณ์ที่สุด
        • อาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ ได้แก่ ไข่ ตับ เนย ผลิตภัณฑ์จากนม ร่างกายยังสามารถสังเคราะห์วิตามินเอได้จากเบต้าแคโรทีน ที่ได้จากอาหารประเภทแครอต ผักสีเขียว มะม่วง และมะเขือเทศด้วย

เมนุอาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์

ตัวอย่างเมนูแนะนำ
ขนมถ้วยหอยนางรม
ส่วนผสม : แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง แป้งข้าวเจ้า 1/3 ถ้วยตวง น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง หอยนางรม 100 กรัม ใบกุยช่ายหั่น 1 ถ้วยตวง เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

        • ผสมแป้งข้าวเหนียวแป้งข้าวเจ้าและน้ำสะอาดเข้าด้วยกันจากนั้นใส่ใบกุยช่ายครึ่งหนึ่งและเกลือป่น คนให้เข้ากันแล้วพักไว้
        • ล้างหอยนางรมให้สะอาด ใส่กระชอนเพื่อสะเด็ดน้ำ
        • ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน จากนั้นนำทัพพีรูปถ้วยที่ทำด้วยอะลูมิเนียมลงไปจุ่มในน้ำมันที่ร้อน เทแป้งที่ผสมไว้ลงไปในทัพพีพอประมาณ โรยหน้าด้วยหอยนางรมใบกุยช่าย เทแป้งลงไปในทัพพีเพื่อกลบตัวหอย
        • นำไปทอดในน้ำมันร้อนจนสุก แซะแป้งออกจากทัพพี แล้วทอดต่อจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้และใช้กระดาษซับน้ำมันออก เสิร์ฟพร้อมซอสพริก



ยำคะน้าเสริมเหล็ก
ส่วนผสม : คะน้าต้นใหญ่ 5-8 ต้น ตับหมู 100 กรัม หมูเนื้อแดงไม่ติดมัน 100 กรัม กุ้ง 6 ตัว มะเขือเทศหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ พริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาว ถั่วลิสงคั่ว


วิธีทำ

        • ล้างตับ หมูเนื้อแดง กุ้ง ให้สะอาด ลวกทีละอย่างในน้ำเดือดจัด หั่นตับและหมูขนาดพอคำ
        • ล้างคะน้าให้สะอาด ใช้เฉพาะต้นและยอดอ่อน หั่นเป็นท่อนเล็กๆ ลวกในน้ำร้อน แล้วแช่ในน้ำเย็นจัดทันที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
        • ทำน้ำยำโดยนำหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอยใส่ลงในถ้วย ปรุงด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาว ให้ได้รสชาติตามใจชอบ
        • นำตับ หมูเนื้อแดง กุ้ง คะน้า มะเขือเทศ มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ราดด้วยน้ำยำ โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่ว


ต้มปลาทูมะดัน
ส่วนผสม : ปลาทูสด น้ำซุป 2 ถ้วย มะดันสด พริกขี้หนูสวน


วิธีทำ ตั้งน้ำซุปให้เดือด ใส่ปลาทู และมะดัน ทุบพริกขี้หนูสวนตามชอบ




ยำเบญจรงค์
ส่วนผสม : วุ้นเส้นลวกสุก ? ถ้วยตวง (ประมาณ 100 กรัม) เนื้อหมูต้มสุกหั่นเป็นแท่ง 1 ช้อนโต๊ะ เนื้อกุ้งต้มสุกหั่นตามยาว 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ต้มสุกผ่าครึ่งหั่นตามขวาง 1 ฟอง แตงร้านเฉพาะเนื้อ หั่นเป็นท่อนสั้นๆ (คล้ายไม้ขีด) ? ถ้วยตวง แครอตปอกเปลือกหั่นเป็นท่อนสั้นๆ (คล้ายไม้ขีด) ? ถ้วยตวง ก้านขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อนสั้นๆ 1 ช้อนโต๊ะ ใบผักกาดหอมหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ


ส่วนผสมน้ำยำ : หอมหัวใหญ่ขนาดกลางสับหรือปั่นละเอียด 1 ผล พริกชี้ฟ้าแดง 1-2 เม็ด กระเทียมสับหรือปั่นละเอียด 1 หัว น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา


วิธีทำน้ำยำ ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วเอาตั้งไฟพอเดือดยกลงพักไว้ให้เย็น ปรุงรสชาติให้ได้สามรสคือ หวาน เปรี้ยว เค็มนิดหน่อย


วิธีทำ ใส่เนื้อสัตว์ลงเคล้ากับน้ำยำก่อน พอน้ำยำเข้าเนื้อแล้วค่อยๆ ใส่วุ้นเส้นและผักต่างๆ ลงเคล้าอีกครั้ง




อาหารแก้อาการต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์
1. ผิวเปลี่ยน

        • อาหารสำคัญที่จะช่วยให้ผิวคุณแม่ดูดีได้ คือ ผักผลไม้ และธัญพืช ที่มีวิตามินซี อี ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสีสันต่างๆ อย่างคะน้า แครอต ฟักทอง ฯลฯ และมีเกลือแร่มากมาย รวมถึงที่มีน้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล ทั้งมียังกากใยช่วยขับถ่ายได้ดีดีอีกด้วย และวิตามินอี เพราะวิตามินอีทำหน้าที่เป็นแอนตี้ออกซิเดนท์ ช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้อย่างชัดเจน
        • อาหารที่ต้องระวังกลุ่มแป้งและน้ำตาล โดยเฉพาะของหวานและอาหารไขมันสูง เช่น ของทอด กะทิ ครีม เพื่อป้องกันน้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วเกินไป และปัญหาสิวที่จะมากวนใจ
        • เมนูบำรุงผิว เช่น น้ำแครอตแยกกาก สลัดส้มโอ ยำก้านคะน้ากุ้งสด แกงเลียง มูสลี่เมล็ดทานตะวันราดนมสด ปวยเล้งผัดตับหมู เนื้อผัดพริกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ

2. ผมขาดร่วง

        • ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่จะรู้สึกว่าผมหนานุ่มและยาวเร็วกว่าปกติ เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่พุ่งสูงขึ้นมีผลให้ผมลดการขาดร่วง แต่คุณแม่บางคนที่เมื่อตั้งครรภ์มีผมสุขภาพไม่ดี แตกแห้ง แดง ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะสภาพเส้นผม แต่เป็นเพราะร่างกายขาดธาตุเหล็กและมีภาวะโลหิตจาง จึงแสดงออกมาที่เส้นผม ทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน
        • อาหารแนะนำคุณแม่ควรกินอาหารคุณภาพที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น ตับ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียวต่างๆ ซึ่งเป็นอาหารบำรุงเลือดอยู่แล้ว นอกจากนั้นคุณควรรับวิตามินซีเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะด้วย เพราะจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
        • เมนูบำรุงผม เช่น โจ๊กฟักทองหมูตับ ผัดผักต่างๆ ไก่ผัดพริกหวาน สเต๊กอกไก่แช่นม ฯลฯ

3. เหงือกและฟันมีปัญหา

        • เหตุผลหลักที่ฟันของแม่ตั้งครรภ์มีปัญหา เกิดจากภาวะการหมุนเวียนของเลือดมีมากขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อร่างกายอ่อนนุ่มลง จึงอาจจะเกิดปัญหาเหงือกและเลือกออกตามไรฟันได้ง่าย นอกจากนั้นการที่คุณแม่กินจุบจิบมากขึ้น แพ้ท้องแล้วอาเจียน มีเศษอาหารติดตามช่องปาก ก็ทำให้ฟันผุเร็วมากขึ้นได้
        • อาหารแนะนำเมื่อฟันมีปัญหาและลูกก็ต้องการแคลเซียล คุณแม่ต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมทุกมื้อ และควรเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง อย่างนมสด เต้าหู้ ไข่ ปลาไส้ตัน ปลาที่กินได้ทั้งก้าง ปลาทะเล ผักใบเขียวเข้ม และอย่าลืมที่จะต้องเดินเล่นรับแสงแดดบ้างเพื่อวิตามินดีจากแสงแดดจะช่วยให้แคลเซียมดูดซึมได้ดีขึ้นด้วย
        • เมนูบำรุงฟัน เช่น น้ำพริกกะปิปลาทอด เต้าหู้ทรงเครื่อง พุดดิ้งนมสด ไข่กะทะ ฯลฯ

4. หน้ามืด เป็นลม

        • อาหารแนะนำคือ แหล่งธาตุเหล็กที่ช่วยในการบำรุงเลือดโดยตรงจะอยู่ในอาหารชนิดเดียวกับโฟเลต เช่น ผักโขม คะน้า หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี ส้ม แคนตาลูป กล้วย ผลไม้แห้ง ถั่ว และเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อปลา
        • เมนูบำรุงเลือด เช่นซีซาร์ผักโขม พายกล้วย เนื้อปลาต้มยำ บล็อกโคลี่อบชีส ฯลฯ


จาก : Momypedia : นิตยสารรักลูก : นิตยสาร ModernMom : หนังสือฉลาดรู้ดูแลครรภ์ : 40 สัปดาห์ พัฒนาครรภ์คุณภาพ โดย รศ.พญ.สายฝน-นพ.วิชัย ชวาลไพบูลย์ สำนักพิมพ์รักลูกบุ๊ค

*** เนื้อหาบทความได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาการ บุคคลทั่วไปไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเนื้อหาเองได้ การนำเนื้อหาไปปฏิบัติจริงเป็นดุลยพินิจและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล


Tag : เมนูแม่ท้อง อาหารแม่ท้องตามไตรมาส อาหารแก้อาการ อาหารคนท้อง เมนูคนท้อง
บทความแนะนำ

การบล็อกหลังคลอดลูก

การบล็อกหลังเพื่อการคลอดลูกเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยคลายความเจ็บป่วยและความกังวลให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ ซึ่งมีหลายวิธีและแต่ละวิธีก็ให้ผลดีต่างกันออก

ของใช้จำเป็นสำหรับแม่ตั้งครรภ์

ของใช้จำเป็นสำหรับแม่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมและหามีไว้เพื่อใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ชุดคลุมท้อง, ชุดชั้นในสำหรับแม่ท้อง รองเท้าส้นเตี้ย ถุ

การเลือกเพศลูก

การเลือกเพศลูกเป็นวิทยาการใหม่ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตรและต้องการเลือกเพศลูก ซึ่งการเลือกเพศลูกอาจจะมาจากความต้องการส่วนตัว หรือด้วยเ

ความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็น
* Username :
* Password :
  
ข้อตกลงการใช้งาน
• งดใช้คำไม่สุภาพ ให้ร้าย สร้างความเสียหาย ขัดต่อกฏหมาย ศีลธรรมและกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• ทุกความคิดเห็นเกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
• ทีมงานจะไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น
• ทีมงานมีสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• หากพบเห็นข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้ง webmaster@momypedia.com เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกไปทันที