Print |

ทำหมันหญิง...ความจริงที่ควรทราบ

โดย รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เมื่อพูดถึงการทำหมันหญิง มีคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายยังไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดอยู่หลายประการ เช่น การทำหมันนั้นทำอย่างไร การทำหมันแล้วจะตั้งครรภ์ได้ อีกหรือไม่ รวมถึงสารพัดความเข้าใจผิดและข้อข้องใจ วันนี้ผมจึงอยากมาเล่าความจริงเกี่ยวกับการทำหมันหญิงในแง่มุมต่างๆ ให้ทราบครับ

health_momypedia.com



คนเราตั้งครรภ์ได้อย่างไร

ภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ เชื้ออสุจิของฝ่ายชายจะวิ่งผ่านช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงแล้วฝ่าด่านมดลูกเข้าไปในท่อนำไข่ จากนั้นจะไปพบกับไข่ที่ตกออกมาจากรังไข่และถูกดูดเข้าไปในท่อนำไข่ และภายในท่อนำไข่นี่เองที่เชื้ออสุจิและไข่จะมีการผสมกัน เกิดขบวนการที่เราเรียกว่า ปฏิสนธิ (Fertilization) ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วจะมีการแบ่งตัวตามกลไกที่ธรรมชาติได้จัดสรรไว้ อย่างลงตัวและวิจิตรพิสดารจนยากที่จะเรียกว่าเป็นการเกิดโดยบังเอิญและไม่ ได้วางแผนมาก่อน

จากไข่ที่ผสมแล้วเพียง 1 เซลล์จะมีการแบ่งตัวเป็น 2,4,8,16 เซลล์ไปเรื่อยๆ และรวดเร็ว จนในที่สุดจะกลายเป็นตัวอ่อน ซึ่งในขณะที่มีการแบ่งตัวก็จะมีการเดินทางไปด้วย โดยจะเดินทางเข้าไปในโพรงมดลูกแล้วไปฝังตัวในผนังมดลูก ณ ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เรียกว่าไม่ยอมมีการเสียเวลาเลย ทั้งแบ่งตัวและเดินทางในเวลาเดียวกัน ใช้เวลาที่กล่าวมาทั้งหมดเพียงประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากนั้นลูกน้อยของคุณแม่ก็จะมีการสร้างอวัยวะและเติบโตต่อไปอย่างรวด เร็ว จนทำให้มดลูกของคุณแม่ต้องขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนอึดอัดเต็มช่องท้องเมื่อถึงเวลาจะคลอด


หมันหญิงทำอย่างไร ?

ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงตั้งท้องก็จะต้องหาทางไปขัดขวางไม่ให้เชื้ออสุจิและไข่มาพบกันให้ได้ ซึ่งคือ การทำหมัน วิธีการทำหมันหญิงทำได้ง่ายมาก โดยคุณแม่ที่รับการทำหมัน จะ ถูกจัดให้อยู่ในท่านอนหงาย หลังจากนั้นคุณหมอจะให้ยาระงับความรู้สึกแก่คุณแม่โดยอาจฉีดแค่ยาชาเฉพาะ บริเวณที่ทำการผ่าตัด หรืออาจบล็อกหลัง หรือในบางรายที่คาดว่าจะทำยาก เช่นคุณแม่อ้วนมาก คุณหมออาจใช้วิธีดมยาสลบ การเลือกใช้วิธีการระงับความรู้สึกแบบไหนคุณหมอจะเป็นคนเลือกให้เหมาะสม กับคุณแม่แต่ละคน และคุณแม่ก็สามารถสอบถามคุณหมอได้ครับว่าทำไมจึงเลือกวิธีดังกล่าว

หลังจากที่คุณพยาบาลจะทำความสะอาดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และปูผ้าที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคคลุมหน้าท้องของคุณแม่ เหลือไว้เฉพาะบริเวณที่จะผ่าตัดแล้ว คุณหมอจะทำการผ่าเป็นแผลขนาดเล็กบริเวณสะดือหรือในตำแหน่งที่เหมาะสม ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เมื่อเข้าไปในช่องท้องจะใช้อุปกรณ์จับท่อนำไข่ ไล่ไปจนเห็นปลายเปิดของท่อนำไข่ที่มีลักษณะคล้ายปากแตร ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นท่อนำไข่จริง จากนั้นจะนำท่อนำไข่มาผูกและตัดส่วนกลางของท่อนำไข่ออกยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร (ดูรูปประกอบ) เนื่องจากท่อนำไข่มี 2 ข้าง การผูกหรือตัดท่อนำไข่จึงต้องทำกับท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้าง หลังจากนั้นคุณหมอก็จะตรวจดูว่าบริเวณส่วนของท่อนำไข่ที่เหลือภายหลังตัดบาง ส่วนออกไปแล้ว มีเลือดออกหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะทำการเย็บปิดแผลหน้าท้องต่อไป โดยทั่วไปแล้ว การทำหมันจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาที

คุณหมอบางท่านอาจใช้วิธีอื่นนอกเหนือจากการผูกและตัดท่อนำไข่ดังกล่าวข้างต้นก็ได้ เช่น ใช้ไฟฟ้าจี้ทำลายท่อนำไข่บางส่วนให้ท่อนำไข่ที่ถูกจี้ขาดออกจากกัน และจี้รูของท่อส่วนที่ขาดจากกันให้ตัน หรือใช้อุปกรณ์หนีบหรือรัดท่อนำไข่จนตีบตันก็ได้

ในรายที่มีการตัดส่วนของท่อนำไข่ออกมา ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นท่อนำไข่จริงหรือไม่ (เพราะบางรายทำยาก อาจจะไปตัดส่วนของเอ็นที่ยึดมดลูกออกมาก็ได้) คุณหมอหรือคุณพยาบาลที่ช่วยผ่าตัดจะตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าเป็นท่อนำไข่อีก ครั้ง โดยการร้อยไหมให้ผ่านรูของชิ้นเนื้อที่ตัดออกมา หากร้อยไหมได้แสดงว่าเป็นส่วนหนึ่งของท่อนำไข่จริง ในกรณีที่แพทย์ไม่สามารถมองเห็นส่วนปลายของท่อนำไข่ หรือพยาบาลไม่สามารถร้อยไหมให้ผ่านรูของชิ้นเนื้อได้ หรือมีข้อสงสัยอื่นๆ ในบางกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจจะส่งชิ้นเนื้อของท่อนำไข่ที่ตัดออกมานั้นเพื่อส่งไปตรวจทางพยาธิ วิทยาว่าเป็นท่อนำไข่จริงหรือไม่



ทำหมันเมื่อไรดี ?
ถ้าตอบแบบง่ายๆคือ จะทำเมื่อไรก็ได้ ถ้าคิดว่าชีวิตนี้ไม่ต้องการที่จะตั้งครรภ์อีกแล้ว แต่ในทางการแพทย์ เราแบ่งช่วงเวลาที่ควรจะทำหมันเป็น 2 แบบครับ แบบแรกคือ การทำหมันภายหลังคลอดไม่นาน เช่น 1-2 วัน การทำหมันแบบนี้เรียกว่า การทำหมันหลังคลอด หรือบางคนก็เรียกว่า หมันเปียก คุณหมอส่วนมากมักจะแนะนำคุณแม่ให้ทำหมันแบบนี้ เพราะภายหลังคลอดใหม่ๆ มดลูกของคุณแม่ยังมีขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่ ทำให้สามารถมองหาท่อนำไข่ได้ค่อนข้างง่าย ซึ่งทำให้ทำหมันได้ง่ายตามไปด้วย เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่คิดจะทำหมันแบบนี้จึงต้องคิดและ ตัดสินใจว่าจะทำหมันไว้เสียตั้งแต่ตอนตั้งท้อง เมื่อคลอดเสร็จจะได้ทำหมันได้เลย

คุณแม่บางรายอาจตัดสินใจทำหมันภายหลังคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เช่น รับประทานยาคุมกำเนิด ใส่ห่วงอนามัย มานานพอสมควรแล้ว จนรู้สึกเบื่อ และตัดสินใจได้แล้วว่าไม่อยากตั้งครรภ์อีก จึงอยากทำหมัน การทำหมันให้กับคุณแม่ในกลุ่มนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการคลอดเลย เราเรียกว่า การทำหมันแห้งครับ การทำหมันแบบนี้ ทำยากกว่าแบบแรกเพราะทั้งมดลูกและท่อนำไข่มีขนาดเล็กลงไปมาก การผ่าตัดหาท่อนำไข่เพื่อเอามาทำหมันจึงยากกว่า และส่วนมากจำเป็นต้องดมยาสลบเพื่อผ่าตัดด้วย มิฉะนั้นคุณแม่อาจมีอาการเจ็บจากการทำหมันได้มาก ซึ่งต่างจากการทำหมันเปียกซึ่งอาจจะใช้แค่การฉีดยาแก้ปวดบริเวณที่จะผ่าตัด ก็สามารถทำหมันได้แล้ว

ข้อจำกัดของการทำหมัน

จากที่ผมกล่าวในวิธีการทำหมัน คุณแม่อ่านดูแล้วอาจรู้สึกว่าทำหมันง่ายดีจัง ซึ่งส่วนมากแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ มีคุณแม่บางรายเหมือนกันที่การทำหมันอาจจะไม่ง่าย เช่น คุณแม่ที่เคยผ่าตัดในช่องท้องมาก่อน อาจจะมีพังผืดมาก หรือคุณแม่ที่มีก้อนเนื้องอกบริเวณท่อนำไข่ซึ่งพบโดยบังเอิญ หรือท่อนำไข่มีหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่มากอยู่ใกล้ๆ ถ้าผ่าตัดอาจเสี่ยงต่อการเสียเลือดมาก กรณีเหล่านี้คุณหมออาจจะต้องยุติการผ่าตัดทำหมันเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ ก็เป็นได้ครับ

ทำหมันอันตรายไหม ?

การทำหมันเป็นการทำผ่าตัดง่ายๆ ใช้เวลาไม่นานและเป็นการผ่าตัดที่จัดว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีคุณแม่บางราย ที่การทำหมันทำไม่ง่ายดังที่กล่าวแล้วข้างต้น และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนบางประการ เช่น การติดเชื้อ การเสียเลือด หรือบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจจำเป็นต้องรับการรักษาเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขภาวะแทรกซ้อนนั้น หรืออยู่โรงพยาบาลนานขึ้น แต่ปัญหาเหล่านี้พบได้ไม่เกิน 1 ใน 100 ราย มีคุณแม่จำนวนน้อยมาก ประมาณ 1-2 ในคุณแม่ที่ทำหมัน 100,000 รายที่เสียชีวิตจากการทำหมัน

ทำหมันแล้วท้องอีกได้ไหม ?

การทำหมันเป็นการคุมกำเนิดที่ มีประสิทธิภาพสูงที่สุด คือ ได้ผลเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามหลังทำหมันไปแล้ว คุณแม่ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ข้อมูลจากทั้งต่างประเทศและประเทศไทย พบว่าเมื่อกล่าวโดยทั่วไป คุณแม่ที่ทำหมันไปแล้วมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ประมาณ 143 รายใน 10,000 รายของคุณแม่ที่ทำหมัน นั่นคือมีคุณแม่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ที่ตั้งครรภ์ได้ภายหลังการทำหมัน แต่ถ้าศึกษาเฉพาะในคุณแม่ที่ทำหมันไปนานเกิน 10 ปีแล้ว พบว่ามีคุณแม่ถึงร้อยละ 1.85 ที่กลับมาตั้งครรภ์ใหม่ อย่างไรก็ตามขอเรียนว่า การตั้งครรภ์หลังทำหมันเป็นเรื่องที่พบไม่บ่อยครับจะเรียกว่าพบน้อยมากก็ได้ ดังนั้นคุณแม่ที่ทำหมันไปแล้ว จึงไม่ควรที่จะกังวลจนเกินไปครับ

การกลับมาตั้งครรภ์ใหม่ ภายหลังทำหมันเชื่อว่าเกิดจากการที่ท่อนำไข่ที่ถูกตัดหรือจี้ด้วยไฟฟ้าจนขาด ออกจากกันกลับมาเชื่อมกันใหม่ครับ เห็นไหมครับว่าธรรมชาตินี่ก็เหลือเกินเลยครับ ขนาดเราทั้งตัดทั้งจี้ที่ท่อนำไข่แล้ว มันก็ยังหาทางมาเจอกันอีกจนได้ แน่ไหมละครับ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หลังการทำหมันประการหนึ่ง คือ การตั้งครรภ์หลังการทำหมันอาจเป็นได้ทั้งการตั้งครรภ์ในมดลูกและการตั้งครรภ์นอกมดลูก ดังนั้นหลังทำหมันหากระดูไม่มาตามกำหนด และมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจมีการตั้งครรภ์หลังทำหมันเกิดขึ้นและเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกซึ่ง จะเกิดอันตรายได้

ดูแลตนเองอย่างไรหลังทำหมัน

ภายหลังทำหมันคุณแม่สามารถทำกิจกรรม ต่างๆ ได้แทบจะเหมือนคนปกติทั่วไป เพียงแต่ต้องงดเว้นงานหนักหรือกิจกรรมที่จะทำให้บริเวณแผลมีการกระทบกระเทือน โดยปกติคุณหมอจะปิดแผลไว้ไม่ให้ถูกโดนน้ำเป็นเวลาประมาณ 7 วัน หากเย็บแผลด้วยไหมละลาย หลังเปิดแผลแล้วถ้าหากแผลติดเรียบร้อยดี สามารถอาบน้ำได้ แต่ถ้าเย็บแผลด้วยไหมธรรมดา ให้ตัดไหมเมื่อครบ 7 วัน แล้วจึงอาบน้ำได้

ถ้าคุณแม่มีอาการปวดแผลสามารถบรรเทา ได้ด้วยยาแก้ปวดธรรมดา เช่น พาราเซตามอล แต่ส่วนมากคุณแม่มักมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย และไม่จำเป็นต้องใช้ยาครับ

คุณแม่ควรจะสังเกตอาการต่างๆ ภายหลังทำหมันไว้ด้วย หากมีอาการเหล่านี้ เช่น ปวดท้องมากหรือ อาการปวดไม่หายไปหลังจากนอนพักหรือภายหลังรับประทานยาแก้ปวด มีไข้ หรือ มีน้ำหรือเลือดออกจากแผลผ่าตัด ต้องรีบไปพบคุณหมอครับ เพราะแผลผ่าตัดอาจจะติดเชื้อและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรีบด่วนครับ

หลังทำหมันคุณแม่สามารถเลี้ยงลูกได้ตามปกติ เมื่อครบ 4- 6 สัปดาห์หลังคลอด หากคุณหมอตรวจไม่พบความผิดปกติใด ๆ คุณแม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติครับ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำหมัน

แม้จะมีการทำหมันให้กับผู้หญิงมาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ยังคงมีความเชื่อและความเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับการทำหมันหญิงในหมู่ประชาชนไทยอยู่ไม่น้อย ซึ่งความเชื่อและความเข้าใจผิดเหล่านี้ผมก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าคิดไปได้อย่างไร เช่น ทำหมันแล้วจะหมดความรู้สึกทางเพศ ทำหมันแล้วจะทำให้เซ็กซ์จัด ทำหมันแล้วจะไม่มีเรี่ยวแรงในการทำงาน ทำหมันแล้วจะทำให้ผอมลง อ้วนขึ้น ทำหมันแล้วจะทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก

นอกจากที่ผมยกตัวอย่างข้างต้นแล้ว ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการทำหมันหญิงอีกมากมายครับ ซึ่งผลของความเชื่อดังกล่าว ทำให้คุณแม่จำนวนไม่น้อยไม่ยอมทำหมัน ทั้งที่ความจริงไม่อยากที่จะตั้งครรภ์อีกแล้ว อธิบายอย่างไรก็ไม่ฟัง เพราะเชื่อไปเสียแล้ว บางครั้งผมก็รู้สึกสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

ผมอยากจะเรียน ณ ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งครับว่า การทำหมันหญิงเป็นเพียงการตัดท่อนำไข่ให้ขาดออกจากกันเท่านั้น ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับอวัยวะอื่นๆ แต่อย่างใด การที่คนเราจะเซ็กซ์จัด หรือหมดความรู้สึกทางเพศเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกซึ่งอาจจะเกี่ยวกับ สภาพจิตใจของคุณแม่ตั้งแต่ก่อนทำหมัน หรืออาจจะเกี่ยวกับโรคบางอย่าง เช่น โรคทางสมองโรคจิต และโรคเบาหวาน เป็นต้น การที่คนเราจะอ้วนหรือผอมเกี่ยวกับการกินอยู่และการออกกำลังกายครับ ถ้าจะลองคิดให้ลึกอีกหน่อย เป็นไปได้หรือที่คนเราทำหมันเหมือนกัน แต่บางคนผอมลงในขณะที่บางคนกลับอ้วนขึ้น หรือบางคนเซ็กซ์จัดในขณะที่บางคนหมดความรู้สึกทางเพศ เพราะมีการทำหมันเหมือนกัน แต่ทำไมผลลัพธ์กลับกัน ตัวผมเองทำหมันให้คุณแม่หลังคลอดมานับเป็นร้อยเป็นพันแล้ว ผมไม่เห็นคนไหนเป็นอย่างที่เชื่อกันเลยครับ เท่าที่เห็นส่วนมากก็สบายอกสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องตั้งครรภ์กันเกือบทั้ง นั้น เพราะฉะนั้นถ้าจะช่วยกันเลิกเชื่อในสิ่งที่ไม่ค่อยมีเหตุผลก็จะเป็นประโยชน์ ต่อทั้งตัวเองและคนอื่นนะครับ

การทำหมันหญิง เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แม้ว่าอาจจะมีปัญหาและภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้บ้างแต่นับว่าน้อยมากจนแทบไม่ถือว่าเป็นปัญหา การทำหมันหญิงไม่ก่อให้เกิดผลใดๆ ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการไม่มีแรง อ้วนขึ้น ผมลง หรืออาการอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณแม่ได้รับการทำหมันแล้วมีอาการขาดประจำเดือน หรืออาการอื่นใดที่สงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ก็อย่านิ่งนอนใจรีบไปหาคุณหมอนะ ครับ เพราะอาจจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และการตั้งครรภ์ที่ว่าอาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกซึ่งเป็นอันตรายก็ได้ครับ


จาก : นิตยสาร Modern Mom
เรียบเรียง : Momypedia

Tag : ทำหมัน การทำหมันหญิง การคุมกำเนิด
บทความแนะนำ

9 ข้อควรระวังในสงกรานต์

มาเล่นสงกรานต์อย่างสนุกสนานและปลอดภัยกลับบ้านกันดีกว่า

รูปร่างกระชับด้วย Gym ball

เจ้ากรรมจริงๆ ว่าขณะที่สติปัญญาของผู้หญิงเราเพิ่มพูนขึ้นตามวัย จุดเซ็กซี่บนเรือนร่างกลับลดลง เมื่อเซลลูไลต์ขยายอาณาเขตไปทั่วก้น ต้นขา สะโพก เห็นทีต้อง

เคล็ดลับเที่ยวหน้าฝนให้ปลอดภัย

หน้าฝนแบบนี้ใครอยากเที่ยวก็ต้องระวังตัวเองให้ดี ต้องเตรียมตัวอย่างไร ของใช้อะไรจำเป็น และขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยทั้งครอบครัว

ความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็น
*Username :
*Password :
  
ข้อตกลงการใช้งาน
• งดใช้คำไม่สุภาพ ให้ร้าย สร้างความเสียหาย ขัดต่อกฏหมาย ศีลธรรมและกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• ทุกความคิดเห็นเกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
• ทีมงานจะไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น
• ทีมงานมีสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• หากพบเห็นข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้ง webmaster@momypedia.com เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกไปทันที